อาทิตย์ที่่ผ่านมาอยู่ได้ด้วยกาแฟจริงๆ
เหนื่อยและเบลอมากๆ
เมื่อคืนวันเสาร์ เรากับพี่ต่ายนอนเฝ้าป๋ากัน ส่วนวันอาทิตย์เพื่อนป๋ามาเฝ้า
จันทร์ 29 ต.ค.

ช่วงนี้ฮิตเขียนขอบตาบนและล่าง เพื่ออำพรางความโทรม เหอๆ

มาถึงออฟฟิศก็ซัดกาแฟก่อน 1 แก้วโต
วันนี้กาแฟ S&P ลด 20 %
จากนั้นก็ทำงาน ทำงาน และทำงาน จริงๆวันนี้ต้องอยู่เวรถึง 1 ทุ่ม
ตอนเย็นพี่ต่ายเอ็มมาบอกว่า
"คืนนี้ต้องไปนอนเฝ้าป๋านะ เพื่อนป๋าไม่สบาย เฝ้าไม่ไหว"
คือเราก็เข้าใจเค้าแหละ เค้าก็อายุพอๆกับป๋า เฝ้ามาก็เป็นเดือนแล้ว ใครจะไปไหว
เลยขอพี่เค้าออกก่อนเวลา รีบบึ่งกลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า
แล้วหนีตามกันมานอนที่โรงพยาบาล 55555
อังคาร 30 ต.ค.
วันนี้เงินเดือนออก แต่ไม่มีแรงแม้แต่จะไปเช็คดู
งานก็เยอะโคตรๆ ต้องเตรียมเอกสารสำหรับขอวีซ่าให้พนักงาน
ออฟฟิศเราจะไป Outing ญี่ปุ่นวันที่ 20 นี้
ยุ่งมากกกกกกก การตามเอกสาร+พาสปอร์ต+รูปถ่าย ฯลฯ จากคน 150 คน
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยุ่งจนโงหัวไม่ขึ้น
แอบเจ็บใจ ไปก็ไม่ได้ไป ต้องมายุ่งทำให้คนอื่น ชิ
ตกเย็นเลิกงานก็ต้องรีบกลับไปโรงพยาบาลอีก

แวะไปกินข้าวกับคุณสามีที่พารากอน
คืนนี้พี่ต่ายกลับดึก ต้องอยู่เซ็ทระบบ เราเลยต้องล่วงหน้าไปโรงพยาบาลก่อน

เตรียมหนังสือไปอ่านด้วย เล่มนี้ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรก ตอนนี้ภาค 6 แล้ว
ได้ข่าวว่าที่เมืองนอกเค้าเขียนถึงภาค 11 แล้ว อยากอ่านเร็วๆจัง

โทรมซะไม่มีดี
เราอยู่เฝ้าป๋าคนเดียวตั้งแต่ 3 ทุ่ม ป๋าลุกไปเข้าห้องน้ำครั้งนึง
ก็ช่วยพยุงไป ใจก็อยากให้พี่ต่ายกลับเร็วๆ ไม่ใช่อะไร กัวทำป๋าล้ม กัวมากๆ
แต่ก็ผ่านไปด้วยดี กว่าพี่ต่ายจะมาถึงก็ตี 1 กว่า ป๋าก็หลับไปแล้ว
พุธ 31 ต.ค.
วันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปเลย ทำแต่งานๆๆๆ จนหัวฟู ทำไมมันยุ่งขนาดนี้เนี่ย
แถมมายุ่งอาทิตย์ที่ต้องไปนอนเฝ้าป๋าอีก
เหนื่อย 2 เท่าเลย
แต่คืนนี้ไม่ต้องเฝ้าป๋า เพราะพี่ต่ายต้องทำงานที่ออฟฟิศจนเช้า
เราเลยกลับบ้าน ถึงบ้านทำอะไรเสร็จก็นั่งเล่นเน็ต
คุยเอ็มกับบอล เริ่มมีอะไรแปลกๆ สงสัยเลยเมสเสจไป แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ
แอบหงุดหงิดและสงสัย แต่ก็ช่างมัน
พฤหัส 1 พ.ย.
เช้านี้เดินทางไปทำงานเอง นั่งแท็กซี่จากบ้านไปต่อรถไฟฟ้าช่องนนทรี
นั่งไปลงสยามแล้วเปลี่ยนขบวนย้อนมาลงชิดลม
แล้วต่อมอไซค์จากปากซอยเข้าออฟฟิศ
ทำเวลาดีกว่าพี่ต่ายมาส่งอีกอ่ะ 5555
แต่อย่างว่าอ่ะนะ
ความสบายมันต่างกัน อิอิอิ

ในที่สุดเรื่องที่สงสัยก็เป็นความจริง
ตอนสายๆได้รับเมสเสจยาวเหยียด อ่านแล้วความเซ็งก็ถาโถมเข้ามาเลย
แต่ก็พยายามใจเย็น ไม่สนใจ ไม่ตอบกลับ
ซักพักเมสเสจที่สองก็ตามมา คราวนี้เริ่มแรงกว่าเดิม
โทรไปเล่าให้บอลฟัง บอลก็พลอยเซ็งไปด้วย
สุดท้ายเมสเสจที่สามมา เลยโทรกลับไป คราวนี้ยาวเลย
ทั้งเสียใจ เจ็บใจ เครียด และผิดหวังมากๆ

คืนนี้พี่ต่ายทำงานดึกอีกแล้ว
แต่บอกว่าไม่ดึกมาก น่าจะเสร็จประมาณเที่ยงคืน เลยไปอยู่เป็นเพื่อนดีกว่า

Frozen ชาเย็นออกใหม่ของ Au Bon Pain อร่อยมั่กๆ

ซื้อหนังสือไปอ่านรอ เล่มนี้สนุกมาก ชอบนักเขียนคนนี้อยู่แล้ว

เล่มนี้ซื้อมาเพราะชอบชื่อหนังสือ 5555
แต่โคตรผิดหวังเลย ไม่สนุกอย่างแรง เสียดายตังค์

นั่งรอพี่ต่ายอยู่ข้างหน้าซักพัก เค้าปิดไฟไล่ พี่ต่ายเลยพาไปรอในห้องทำงาน

ปลาคู่นี้ซื้อให้คุณสามีตั้งแต่เค้าเริ่มทำงานที่นี่ใหม่ๆ

นั่งรอไปก็อัพได เล่นเน็ต ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย (รูปโทรมๆ)
จนประมาณเที่ยงคืน กำลังอ่านไดอย่างเมามัน คุณสามีมาเรียกให้ไปดูหนัง

มันคือหนัง 4D ที่คุณสามีกำลังเซ็ทระบบอยู่นั่นเอง
มีฝรั่งมาช่วยทำด้วย อิมพอร์ตมาจากแคนาดาเลยนา

ต้องใส่แว่นดู ไม่ชอบเลย มันเป็น 4 มิติ เก้าอี้โยกขึ้นลงแถมมีละอองน้ำพ่นด้วย
เป็นพวกขี้ตกใจ แค่เห็นตัวละครที่อยู่ในจอทะลุออกมาเหมือนจะชนเราก็ไม่ชอบแล้วอ่ะ
ดูแค่เรื่องแรก พี่ต่ายจะให้ดูเรื่องที่สอง ขอบาย ไม่ไหวๆ
ศุกร์ 2 พ.ย.
วันนี้ปัญหายังไม่จบสิ้น ปวดหัวมาก
พยายามทำใจสุดๆ
ตกเย็นเลิกงาน ชวนพี่ต่ายไปกินชาบูชิ มาเปิดสาขาใหม่ที่สยามเซ็นเตอร์
คนเยอะมากกกกกกกกกกก
ถอดใจเลย ไปกิน UCC ดีกว่า

อิ่มอร่อยมั่กๆ
กินเสร็จชวนพี่ต่ายไปกินไอติมต่อ ไม่ได้กินสเวนเซ่นส์นานแล้ว

รอไอติมเลยถ่ายรูปเล่น ดูคุณสามีทำหน้าดิ

เมนูเดิม ฟิฟตี้ไนท์ สั่งอย่างอื่นกันไม่เป็น ฮ่าๆๆๆๆ
กินเสร็จก็บึ่งรถไปโรงพยาบาล คืนนี้นอนเฝ้าป๋ากันต่อ
ปัญหาของเราก็ตามติดไปจนถึงโรงพยาบาล
สุดท้ายก็เสียน้ำตาจนได้ แค้นใจมากๆ แต่ไม่รู้จะทำยังไง
สุดท้ายต้องโทรไปหาลุงที่อยู่นิวยอร์ค ขอให้ลุงช่วย
เซ็งมากๆ
ปวดใจมากๆ
คุณสามีเห็นเราร้องไห้อยู่ตรงระเบียงก็เลยเดินมาปลอบ
สงสารคุณสามี เหนื่อยก็เหนื่อย ดูแลป๋าไม่พอต้องมาดูแลความรู้สึกเราอีก
เลยตัดใจไม่ฟูมฟาย เอาเวลาไปพักผ่อนดีกว่า
เสาร์ 3 พ.ย.
วันนี้มีรูปเดียวเท่านั้น
รูปเดียวที่ช่วยชีวิต

กาแฟค๊าบบบบบบบบบบ
คืนนี้ค้างโรงพยาบาล(อีกแล้ว)
นี่ถ้าไม่มี S&P ใต้ตึกจะทำไงเนี่ยยยยยยยย
